หลังจากที่แฟนๆ รอคอยกันมานาน ในที่สุด Star Trek: Discovery ก็ออกมาให้เราได้ชมกันตั้งแต่ปี 2017 โดยนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนยุคของ Captain Kirk เสียอีก ซีรีส์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่พาเรากลับไปสำรวจจักรวาลอันกว้างใหญ่ แต่ยังเพิ่มความเข้มข้นของสงครามคลิงออนที่ส่งผลต่อทุกชีวิตในกาแล็กซี มาดูกันว่าการกลับมาครั้งนี้จะทำให้คุณประทับใจหรือผิดหวัง
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
Star Trek: Discovery เริ่มต้นในช่วงเวลาที่สหพันธ์ดาวเคราะห์และจักรวรรดิคลิงออนกำลังเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด เรื่องราวดำเนินผ่านมุมมองของ Michael Burnham (Sonequa Martin-Green) เจ้าหน้าที่สตาร์ฟลีตที่ต้องเผชิญกับความผิดพลาดในอดีต และถูกมอบหมายให้ประจำการบนยานดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งมีเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างสปอร์ไดรฟ์ที่สามารถกระโดดข้ามอวกาศได้ในพริบตา ซีรีส์จะพาคุณดำดิ่งสู่การต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ความลับของจักรวาล และการค้นพบตัวเองของตัวละคร โดยไม่ต้องกลัวสปอยล์ตอนจบ
งานการแสดงและตัวละคร
นักแสดงนำของเรื่องทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ Sonequa Martin-Green ที่ถ่ายทอดความขัดแย้งภายในของ Burnham ได้ลึกซึ้ง ส่วน Doug Jones ในบท Saru กัปตันชาวเคลเปียนก็แสดงออกทางสีหน้าและท่าทางที่น่าจดจำ ขณะที่ Anthony Rapp และ Wilson Cruz ในบทคู่รัก Stamets และ Culber ก็เพิ่มมิติความสัมพันธ์ที่อบอุ่น อย่างไรก็ตาม ตัวละครบางตัวอาจดูไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ช่วยให้เรื่องราวมีชีวิตชีวา
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ซีรีส์เรื่องนี้ได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง Olatunde Osunsanmi และ David Semel มาสร้างบรรยากาศที่ดุดันและตื่นเต้น ภาพ CGI และการออกแบบยานอวกาศทำได้สวยงามสมจริง โดยเฉพาะฉากการต่อสู้ที่อลังการ ดนตรีประกอบโดย Jeff Russo ช่วยเสริมอารมณ์ได้อย่างลงตัว ทั้งในฉากดราม่าและแอ็คชั่น
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
จากมุมมองของกองบรรณาธิการ Star Trek: Discovery ถือเป็นซีรีส์ที่กล้าเปลี่ยนแปลงขนบเดิมของแฟรนไชส์ ด้วยการเน้นความสัมพันธ์ของตัวละครและประเด็นทางสังคมมากขึ้น แม้บางตอนอาจรู้สึกยืดเยื้อ แต่โดยรวมแล้วซีรีส์สามารถรักษามาตรฐานของสตาร์เทรคไว้ได้ พร้อมเพิ่มความสดใหม่ให้กับแฟนรุ่นใหม่
สรุป
หากคุณเป็นแฟนไซไฟที่ชอบการผจญภัยและดราม่าเข้มข้น Star Trek: Discovery คือคำตอบที่ใช่ แม้จะมีจุดอ่อนบางประการ แต่โดยรวมแล้วเป็นซีรีส์ที่คุ้มค่าต่อการรับชม เหมาะสำหรับทั้งแฟนเก่าและผู้ชมทั่วไปที่อยากเริ่มต้นดูสตาร์เทรค
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +งานสร้างและ CGI ที่สวยงาม
- +การแสดงของนักแสดงนำโดดเด่น
- +เนื้อเรื่องเข้มข้น มีมิติ
👎 จุดด้อย
- −บางตอนดำเนินเรื่องช้า
- −ตัวละครบางตัวยังไม่ถูกพัฒนาเต็มที่
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่ยาก เพราะซีรีส์ออกแบบให้เข้าใจได้เอง แม้จะมีอ้างอิงถึงจักรวาลเดิม แต่ก็อธิบายไว้เพียงพอ
มีทั้งหมด 5 ซีซัน รวม 65 ตอน จบแล้ว
มีความเชื่อมโยงกับจักรวาลสตาร์เทรคโดยรวม แต่สามารถรับชมแบบ standalone ได้